วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557

มะเยะ อาเนาะซีงอ: โมเดิร์นดิเกร์บารัต

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: Keleh Ta' Puas Keleh
ศิลปิน: มะเยะ อาเนาะซีงอ
รายชื่อเพลง:
Side A
01 Keleh ta' puas keleh
02 Anak gadis sekarang
03 Rakyat Kelantan
04 Pagar hati antara mata
05 Sambong lagi tet demo
06 Tahun baru bulan baru
07 Perang telok
Side B
01 Ma'af peminat
02 Mabok stuak
03 Jangan mangarju
04 Cukup sini dulu
05 Che Tima Bere
06 Jasa baik
07 Jaga trek kereta sewa

ไม่ได้เขียนอะไรเลยไปนานนม วันนี้ผมจึงใคร่ขอแนะนำอัลบั้มหายากชุดนี้ บันทึกเสียงที่สตูดิโอซัวรา เออมัส (Suara Emas) ในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผมขอนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวศิลปินคนนี้ ผู้ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาเสียงทอง" เขาคือ "มะเยะ อาเนาะซีงอ" นั่นเอง ชุดนี้เป็นเพลงแนวดิเกร์ฮูลูหรือในฝั่งกลันตันของประเทศมาเลเซียนั้น เรียกว่า "ดิเกร์บารัต" (Dikir Barat) ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ได้รับนิยมอย่างแพร่หลายมากที่สุดในกลันตัน

ค่อยเขียนต่อนะครับ ไปกินข้าวก่อน



วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557

Family No. 1 ดะห์ กำปงปีแซ

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: Family No. 1 ดะห์ กำปงปีแซ
ศิลปิน: ดะห์ กำปงปีแซ, อ. ซาลี, ฟูร์, กอน, และแอมมี่
รายชื่อเพลง:
01 กอเจาะ กอเจาะ (แอมมี่)
02 โรฮานา (ฟูร์)
03 ยันยี ปัลซู (ดะห์ กำปงปีแซ)
04 เปาะจิ มะนาเก (กอน)
05 ยาโตะห์ จินตา (อ. ซาลี)
06 ฮาตีมู ซอเลม (ฟูร์)
07 ซียา ปาเกา (กอน)
08 โดนียอ (ฟูร์)
09 บือดือดี (ดะห์ กำปงปีแซ)
10 กือจิ ฮาตี (กอน)
11 ฮารี มือนีเกาะห์ (อ. ซาลี)
12 นาเซะ บรูตง (ฟูร์)
13 จังหวัดนราธิวาส (กอน)

หลังจากหายไปกว่าสัปดาห์ ผมก็มีอัลบั้มเพลงชุดพิเศษจากครอบครัวราชินีเพลงมลายู "ดะห์ กำปงปีแซ" มาฝากกัน อัลบั้มเพลงชุดนี้ (ค.ศ. 2006/พ.ศ.2549) ทำออกมาในช่วงที่ความนิยมในแผ่นซีดีและวีซีดีเข้ามาแทนที่เทปคาสเซตเทคโนโลยีการบันทึกเสียงแบบเก่าที่ครองตลาดเพลงมลายู (เพลงดิเกร์มิวสิคและอื่น ๆ)ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน ในอัลบั้มนี้ดะห์ กำปงปีแซและอ. ซาลี สามีของเธอได้พยายามผลักดันทายาททั้งสามคนเข้าสู่วงการเพลง กล่าวได้ว่านี่เป็นครอบครัวนักดนตรีอย่างแท้จริง ทุกวันนี้เราสามารถพบทายาทของพวกเขาทั้งสามในไนท์คลับและงานรื่นเริงต่าง ๆ ที่เชิญพวกเขาไปทำการแสดง

วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มาซีเต๊าะ บูดี: Chalte Chalte

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: Chalte Chalte ชุดที่ 3
ศิลปิน: มาซีเต๊าะ บูดี
รายชื่อเพลง:
หน้า A
01 Rukun Iman
02 ช้ำรักเมืองยะลา
03 Tiada Beramal
04 Marilah Adik
05 Ampunilah
06 Harapan Baru
07 Apa Salah Dirimu
08 Anak Tiri
หน้า B
01 Isdunia
02 Turutha To
03 Aja
04 Chalte Chalte
05 Sajna
06 Janji Jaman

มาซีเต๊าะ บูดีกับอัลบั้มชุดที่ 3 ของเธอ (บันทึกเสียงในระบบดอลบีที่จะตัดเสียงรบกวนขณะทำการบันทึกเสียง) ที่ว่ากันว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ และได้สร้างชื่อเสียงให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ในยุคนั้นช่วง 2530-2534) lesiy[เพลง Chalte Chalte เข้าใจว่าเป็นเพลงจากภาพยนตร์อินเดียเรื่อง "Chalte Chalte" ซึ่งออกฉายในปี คงศ. 1976 (พ.ศ. 2519) สำหรับในภาพยนตร์ เพลงนี้ขับร้องโดย Kishore Kumar นักร้องชาวอินเดียเพลงภาพยนตร์ผู้โด่งดังในอดีต

เพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มชุดนี้ของมาซีเต๊าะนั้น ประกอบด้วยเพลงหลายประเภท เช่น เพลงลูกทุ่ง (ช้ำรักเมืองยะลา) เพลงดิเกร์มิวสิค (เพลงภาษามลายู) และเพลงภาพยนตร์อินเดียหรือเพลงฮินดูสถาน (ในหน้า B ของเทปคาสเซต) บนปกเทปของอัลบั้ม Chalte Chalte ยังปรากฎนักดนตรีคนสำคัญ (คนที่เล่นคีย์บอร์ดไฟฟ้า-คนกลาง) ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญในการปลุกปั้นนักร้องประดับวงการเพลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มามากมาย นั่นคือ "ฮาซัน ตานี" ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักดนตรีและนักเรียบเรียงเสียงประสานในอาณาจักรความบันเทิงสมัยใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านผู้ติดตามคงอยากลองฟังเสียงมาซีเต๊าะกันแน่ แต่คงต้องอดใจรอไปก่อน เพราะตอนนี้ผมยังไม่รู้วิธีที่จะบันทึกเสียงซึ่งมีแต่ในเทปคาสเซตอย่างไร แต่น่าจะไม่นานหรอกครับ

วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มะเยะ อาเนาะซีงอ: อาเนาะ กัมปง

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: อาเนาะ กัมปง
ศิลปิน: มะเยะ อาเนาะซีงอ
รายชื่อเพลง:
หน้า 1
01 กูลา อีแก ปูยู*
01 กือเล๊ะห์ ตะ ปูวัส กือเล๊ะห์
02 ดือแรยา แกตอ
03 อาเนาะ กัมปง
04 ตาโกะ อามอ ตะ ปาแย
05 ปูลา ยือ ยาปี
06 ปือยาเกต อัสรามอ
07 สามอ กู รีดบ
หน้า 2
01 ซือบือลม ปาดามูเร๊ะ
02 ลูตุ กือรัส
03 ฮัรตอ จูรี
04 อากู ยูโย ปาดา อิสตรี
05 ซือยุม มานิ ชราจน มีซอ
06 ซาวด์คาราโอเกะ 1.40 นาที

"มาเยะ อาเนาะซีงอ" คือราชาเสียงทองคนแรกของวงการเพลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้าการขึ้นมาของบารูดิง แต่การจากไปอย่างรวดเร็วของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ในปี พ.ศ. 2536 ทำให้เขากลายเป็นตำนานนักร้องผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงน้อยมาก อีกทั้งแทบไม่มีการบันทึกชีวประวัติของศิลปินท่านนี้มากนัก อย่างไรก็ดี เสียงอันไพเราะของมะเยะนั้น ยังคงปรากฏในผลงานเพลงของเขาที่ยังพอหาฟังได้ในปัจจุบัน แม้ว่าเขาออกเทปคาสเซตเพลงในแนวดิเกร์มิวสิคกับบริษัทซาวด์สตาร์เพียงสามอัลบั้มเท่านั้น มะเยะ อาเนาะซีงอ คือ "ตูแฆกาโระ" หรือคนขับร้องเพลงดิเกร์ฮูลูที่มีชื่อเสียงอย่างมากนับตั้งแต่ทศวรรษ 2510 เป็นต้นมา และอาจเป็นศิลปินชาวมลายูจากนราธิวาสคนแรกที่ได้รับการบันทึกเสียง แต่ในอัลบั้มเพลงดิเกร์มิวสิคนี้รับอิทธิพลจากเพลงป๊อปอินโดนีเซีย (pop Indonesia) และเพลงลูกทุ่งของไทยอย่างชัดเจน


* สำหรับเพลง "กูลา อีแก ปูยู" (แกงปลาหมอ) ซึ่งถูกใส่เพิ่มมาใหม่ในเพลงชุดนี้ เป็นเพลงที่ร้องในภาษาถิ่นกลันตัน-ปัตตานีด้วยทำนอง (melody) เพลง "Janewo Zara" จากภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Dosti (เพื่อนแท้ ) ที่ออกฉายในปีพ.ศ. 2503 (1960) ต้นฉบับเพลงกูลา อีแก ปูยู นี้ถูกขับร้องในแนวดิเกร์ฮูลูโดย "ตูแฆกาโระ" ผู้หญิงจากกลันตันที่ชื่อว่า "ฟารีดา บ็อบบี้" แต่ว่ากันว่าเวอร์ชั่นของมะเยะนั้นไพเราะและได้รับพูดถึงกันมากที่สุด โดยเคยออกผ่านคลื่นวิทยุท้องถิ่นในกลันตันช่วงทศวรรษ 2510 (1970) อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เรายังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว (ผมจะเขียนถึงเพลงกูลา อิแก ปูยู เพิ่มเติมในภายหลัง)

บารูดิง & ซารีฟะห์: คอนเสริตดิเกร์ ชุด 2

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: บารูดิง & ซารีฟะห์ คอนเสิร์ตดิเกร์ ชุด 2
ศิลปิน: บารูดิง & ซารีฟะห์
รายชื่อเพลง:
หน้า 1
01 บีนิง บารู
02 ฆีลอกะ ออแฆ บูแย
03 บูงอ ลายู
04 มารือ ดูลู
05 บอมอ กาปง
06 มาโบ๊ะ ออแฆ บีเล๊ะ
07 กาลู กือแนกะ อามอ
08 ชายลูปอ
หน้า 2
01 มาอะ ซึกาลี
02 มานอ กาตอ ซาแย
03 นาซิ ปือนะ บูดู
04 สุงาโกลก
05 อากู รินดู
06 อากู บือยันยิง
07 ตีนอ ลาวา

บารูดิงในวัยหนุ่มและซารีฟะห์อดีตภรรยาของเขา (ปัจจุบันนี้ซารีฟะห์เลิกร้องเพลงแล้ว) ทั้งสองออกเทปคู่กันเป็นชุดที่ 2 ซึ่งออกมาประมาณช่วงต้นทศวรรษ 2530 บารูดิงโลดเล่นอยู่ในวงการเพลงมานานกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นอาชีพร้องเพลงในฐานะ "ตูแก กาโระ" (Tukang Karut) ของคณะดิเกร์ฮูลูในนราธิวาส ต่อมา เขาได้หันไปร้องเพลงดิเกร์มิวสิค ซึ่งก็ได้ทำให้บารูดิงกลายเป็นที่ยอมรับของแฟนเพลงชาวมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้เสมอมา กระทั่งเขาได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาเสียงทอง" ของวงการเพลงดิเกร์มิวสิคอย่างไม่มีใครเทียบได้ บารูดิงออกอัลบั้มทั้งในแนวดิเกร์ฮูลูและดิเกร์มิวสิคในรูปแบบเทปคาสเซต ซีดีและวีดีซี โดยทำการบันทึกเสียงในไทยและในมาเลเซีย (กลันตัน) รวมทั้งสิ้นกว่า 77 อัลบั้ม นอกจากนั้น มีการกล่าวกันว่าเพลงของบารูดิงนั้นเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเปอมินัท (ผู้ฟัง) ที่เป็นผู้ชายอย่างมาก เนื่องจากมีเนื้อร้องเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ฟังชายมากกว่าผู้หญิง โดยเนื้อร้องส่วนมากก็มักจะเกี่ยวกับการหยอกล้อผู้หญิง การผิดหวังในความรัก เรื่องตลกหยาบโลน และความยากลำบากในชีวิต ทุกวันนี้ บารูดิงในวัย 57 ปี ยังคงรับงานแสดงอยู่บ้างตามงานแต่งงานและงานรื่นเริงต่าง ๆ

วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557

มูนีเราะห์: บานา ยาลา

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: มูนีเราะห์ ชุดที่ 7 บานา ยาลา (พ.ศ. 2547)
ศิลปิน: มูนีเราะห์
รายชื่อเพลง:
01 บานา ยาลา
02 ลากี ฮาโละห์
03 ซูเดาะห์ มาตี
04 โอ มารีละห์
05 ซือซา ดีรี
06 โดนียอ ซูกอ
07 สือกอลอฮ์
08 มิมปี
09 ฮาละ กือซายน์
10 ซือเดะห์ ดี ฮาตี
11 ซูปอ ปาซา มีมู
12 โมนาลีซา
13 ซือซา เตาะ ฆูนอ
14 ปือยายี

วันนี้, ผมขอพูดถึงมูนีเราะห์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับนักร้องชาวอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาสคนนี้ บางทีเราอาจจะเรียกเธอว่าเป็น "ราชินีเพลงดังดุตแห่งจังหวัดชายแดนภาคใต้" ก็ได้ แม้ว่ามูนีเราะห์จะมีความสามารถในการร้องเพลงได้หลากหลายแนว แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ก็เป็นเพลงดิเกร์มิวสิคและเพลงดังดุท ยุคที่รุ่งเรืองสุดของเธอนั้น ว่ากันว่าอยู่ในช่วงที่ทำเพลงออกเป็นแผ่นวีซีดี หรือเป็นช่วงที่เทปคาสเซตถูกแทนที่ด้วยแผ่นซีดีและวีซีดีแล้ว มูนีเราะห์ให้เหตุผลว่า "เพราะผู้ฟังสามารถชมท่าเต้นและดูหน้าตาของเธอได้" มูนีเราะห์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งฝั่งไทย (โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้) และในประเทศมาเลเซีย (โดยเฉพาะรัฐกลันตัน) เธอมักได้รับคำเชิญไปแสดงในประเทศมาเลเซียอยู่บ่อย ๆ  ครั้ง รวมทั้งเคยออกอัลบั้มร่วมกับนักร้องท้องถิ่นจากกลันตันอีกด้วย เพลงส่วนใหญ่ของมูนีเราะห์นั้น ได้รับอิทธิพลจากดนตรีอันหลากหลาย โดยเฉพาะเพลงภาพยนตร์อินเดีย เพลงลูกทุ่ง และเพลงดังดุตจากอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยุคหลัง ๆ มูนีเราะห์รับอิทธิพลเพลงดังดุทของอินโดนีเซียอย่างเข้มข้น ผลงานของเธอส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวเพลงดังดุต ถ้าสังเกตท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ในเพลงดังดุตของเธอแล้ว สันนิษฐานได้ว่า มูนีเราะห์คงรับเอาอิทธิพลจากกระแสเพลงดังดุตอินโดนีเซียยุคหลังซูฮาร์โตอย่างมาก บางทีนักร้องเพลงดังดุตผู้อื้อฉาวอย่างอีนูล ดาราติสตา (Inul Daratista) อาจมีอิทธิพลต่ออาชีพนักร้องของมูนีเราะห์ในช่วงหลังทศวรรษ 2540 ไม่มากก็น้อย แม้ว่ามูนีเราะห์อาจไม่ได้ถึงกับกลายเป็น "ราชินีควงสว่าน" แบบอีนูลก็ตาม

มาซีเต๊าะ บูดี: ม้าเพื่อนรัก

เพิ่มคำอธิบายภาพ
อัลบั้ม: มาซีเตา๊ะ บูดี ชุดที่ 7 ม้าเพื่อนรัก
ศิลปิน: มาซีเต๊าะ บูดี
รายชื่อเพลง:
หน้า A
01 Tee Ri Meri
02 Jebe Hum (ม้าเพื่อนรัก)
03 ช้างเพื่อนแก้ว
04 Rim Jim De
05 Love Stori
06 Kee Satira Pyar
07 Tau Ba
หน้า B
01 Duhai Kawanku
02 Jangan Kau Cari
03 Lamanya Kau
04 Tiada Berkenalan
05 Dengar Nasihat
06 Suka Hatiku
07 Kisah Ibuku
08 Seorang Anak Pemudi

มาซีเต๊าะ บูดี เป็นนักร้องสาวมลายูที่ได้รับการยกย่องว่ามีน้ำเสียงคล้ายคลึงกับลาต้า (Lata Mangeshkar)* นักร้องชาวอินเดียอย่างมาก นอกจากนั้น เธอมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงอินเดีย (ภาษาฮินดี) เหมือนกับเพลงต้นฉบับราวกับเป็นคนอินเดียอีกด้วย และในช่วงที่มาซีเต๊าะกำลังโด่งดังอยู่นั้น เถ้าแก่ของเธอหรือที่รู้จักกันในชื่อ "แบเล็ง" (คำรณ จรรโลงศิลป) ได้พามาซีเต๊าะรวมทั้งรัม บาชะเอ นักร้องเพลงอินเดียชายอีกคน ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีน้ำเสียงคล้ายกับมะราฟี (Mohammed Rafi) ไปทดสอบเสียงที่บริษัทเพลง อาเอส โปรโมชั่น จำกัด อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่มาซีเต๊าะได้เสียชีวิตลงเสียก่อน ในอัลบั้มนี้มาซีเต๊าะร้องเพลงในภาษามลายูและภาษาฮินดี ซึ่งสำหรับเพลงภาษาฮินดีทั้งหมดนั้น เป็นเพลงในภาพยนตร์อินเดียชื่อดังที่ออกฉายราวช่วงทศวรรษ 2520

* Lata Mangeshkar (1929-ปัจจุบัน) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในอินเดีย รวมทั้งยังเป็น playback singer ในภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาฮินดีอีกด้วย 
** Mohammed Rafi (1924-1980) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนักร้องอินเดีย หรือ playback singer แห่งแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮินดี

เปาะเต๊ะ กูแบอีแก: ในวันที่กลับคืนสู่ความเมตตาของพระเจ้า

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน หลายปีมานี้ผมไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเพลงมลายูเลย เนื่องจากมีพันธกิจมากมายที่ยังทำไม่เสร็จ  อย่างไรก็ตาม เ...