สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน หลายปีมานี้ผมไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเพลงมลายูเลย เนื่องจากมีพันธกิจมากมายที่ยังทำไม่เสร็จ อย่างไรก็ตาม เมื่อปีที่แล้ว ผมก็ได้รับข่าวร้ายเมื่อเราได้สูญเสียบุคคลสำคัญในวงการเพลงมลายูปาตานี เมื่อเปาะเต๊ะ กูแบอีแก นักร้อง นักแสดง และตลกที่สร้างเสียงหัวเราะให้แก่พี่น้องชาวมลายูในจังหวัดชายแดนใต้มานานหลายปีได้จากเราไปแล้ว เหลือไว้แต่ผลงานและความคิดถึงจากคนข้างหลัง ผมยังจำไม่เคยลืมที่เปาะเต๊ะให้โอกาสผมได้สัมภาษณ์พร้อมแจกลายเซ็นและรูปถ่ายให้ บัดนี้ เขาคือตำนาน แม้กายสิ้น แต่ความรู้สึกสนุกขบขันที่เขาได้มอบให้พี่น้องมลายูและตัวผมเองยังคงอยู่ตลอดไป
ด้วยความเคารพ
บัญ
วันอังคารที่ 14 กรกฎาคม พ.ศ. 2563
วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
ถึงเปาะเต๊ะ
สวัสดีผู้อ่านทุกคน ก่อนอื่นคงต้องกล่าวว่า "แล้วเราก็พบกันอีก" หลังจากอัพข่าวคราวครั้งสุดท้ายเมื่อเกือบ 2 ปี ก่อน ผมก็มิได้เขียนอะไรเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงการเพลงมลายูปาตานีอีกเลย แต่กระนั้น ก็มิได้หมายความว่า ผมหมดเรื่องที่จะเขียนหรือไร้สิ้นข้อมูลพอที่จะนำมาเล่าให้ผู้อ่านได้ยลกัน ปัญหาหลักๆ ของผมคือยุ่งเรื่องอื่น ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเพิ่งรู้สึกตัวว่า จวนเจียนจะสองปีแล้วที่ผมไม่เขียนอะไร
เอาละ หลังจากสาธยายอย่างยืดยาว ก็ขอเขียนถึงเรื่องของ "เปาะเตะ กูแบอีแก" แล้วกัน ในฐานะศิลปินคนสำคัญคนหนึ่งในวงการความบันเทิงของคนมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงสมควรแก่เวลาที่จะพูดถึงเขาให้มากขึ้น (ผมเคยเขียนถึงเปาเตะครั้งหนึ่งที่นี่) เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้ยินข่าวชวนตกใจไม่น้อยเกี่ยวกับสุขภาพของเปาะเตะ คือเขาป่วยบริเวณกล่องเสียง ทำให้เพื่อนๆ ในวงการจึงช่วยกันจัดงานหาทุนในการรักษา ผมเองก็อยากไปเยี่ยมเขา แต่ติดขัดที่ตอนนี้งานยุ่งอย่างมากและต้องเดินทางไกลหลายหมื่นลี้ ด้วยเหตุนี้ จึงต้องพับแผนการนั้นไปก่อน อย่างไรก็ดี ผมขอให้เขาหายป่วยไวๆ และกลับมาโลดเล่นบนเวทีเช่นเคย
ผมไม่เจอเปาเตะมานานหลายปีนับตั้งแต่ลงพื้นที่ และเนื่องจากเขาเป็นศิลปินที่มีงานชุกอย่างมากในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา ทำให้หาโอกาสเจอตัวได้ยากมาก แต่สุดท้ายผมก็ได้สัมภาษณ์เขา (โดยรายละเอียดจะกล่าวต่อวันหน้า (ถ้าว่างและมีแรงเขียน)) สิ่งที่ผมจะเล่าต่อไปนี้ ก็เก็บเอามาจากตอนสัมภาษณ์เปาะเตะที่บ้านกว่าชั่วโมง
อัลบั้ม "ออแฆ จารี เตาะแก" (คนหาตุ๊กแก) เป็นอัลบั้มพิเศษและขายดีที่สุดในทุกอัลบั้มซึ่งได้รับการสนับสนุนจากนักการเมืองท้องถิ่นท่านหนึ่ง (อ่านเอาในรูป) ในขณะเดียวกัน อัลบั้มนี้ยังเป็นอัลบั้มรวมศิลปินเช่นเคย เพราะเปาะเตะต่างจากนักร้องคนอื่นๆ คือไม่เคยออกเทปเดี่ยว แต่จะมีดาวรุ่งและเพื่อนศิลปิน "โนเนม" รวมทั้ง "ดาวตลก" คู่ขวัญร่วมด้วยเสมอ (คนที่โดดเด่นสุดคือ อุเซ็ง บือแต) นั่นเพราะชื่อของเปาะเตะขายได้และติดตลาด ดังนั้น การขายพ่วงเช่นนี้จึงเป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่แสนฉลาด อีกทั้งยังเป็นเหมือนสะพานให้ดินทะยานไปเป็นดาวได้อีกด้วย
ไม่น่าประหลาดใจหลังทศวรรษ 2540 ชื่อของเปาะเตะค่อยๆ เรืองรองจ้าขึ้นเรื่อยๆ การเปลี่ยนจากยุคเทปคาสเซ็ตไปสู่ซีดีและโดยเฉพาะวีซีดี ซึ่งการแสดงมิวสิควีดีโอประกอบเพลงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญ ถ้าพูดถึงเรื่องขบขันเบาสมองพร้อมกับเพลงสนุกๆ แล้วละก็ ทุกคนต้องนึกถึงเปาะเตะและอุเซ็ง คนที่เปาะเตะเล่าว่าแค่ปรากฏหน้าบนเวที โดยยังไม่ทันขยับปาก แฟนเพลงก็หัวเราะจนท้องแข็งแล้ว... เรายังมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับเปาะเตะและผองเพื่อน แต่แน่ละ มิใช่วันนี้ที่ผมจะเอามาเล่าทั้งหมด โปรดตั้งตารอ
วันจันทร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559
แอมมี่ ฟาร่าและตัวแทนนักร้องไทย เข้าประกวดร้องเพลงดังดุตระดับนานาชาติที่อินโดนีเซีย
ที่มาของภาพ: http://www.indosiar.com/news/Wakil-Timor-Leste-Bikin-Kejutan-Irsya-DA3-Banjir-Kritikan
หนึ่งในบรรดานักร้องจากประเทศไทยที่เข้าประกวดในหนนี้ มีนักร้องสาวนามว่าแอมมี่ ฟาร่า ทายาทอดีตราชินีเพลงมลายูปาตานี หรือที่รู้จักกันในนาม ด๊ะ กำปงปีแซ ก็เข้าร่วมประกวดด้วย เข้าใจว่าเป็นคนที่โดดเด่นที่สุดในการมาครั้งนี้ เพราะเธอมีชื่อเสียงพอตัวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย
เพลงแรกที่แอมมี่ใช้ประกวดคือเพลงแรกคือ Hello Dangdut (สวัสดีดังดุต) หลังร้องเพลงนี้เสร็จสิ้น
ริตา ซูกิอาร์โต (Rita Sugiarto) หนึ่งในคอมเมนเตเตอร์ให้ความเห็นว่า เสียงของแอมมี่สามารถร้องดังดุตได้แล้ว เพียงแต่ว่าต้องเพิ่มพลังเสียงในบางท่อนของเพลงนี้ เพราะเห็นได้ว่า บางท่อนขาดพลังที่ทำให้ดูน่าตื่นเต้นไป
ในขณะที่นักร้องไทยคนอื่นๆ ไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก อย่างเด๊ะนี (Deq Nee) นักร้องคนนี้ผมไม่รู้จักเธอมาก่อน เป็นไปได้ว่าเธอคงเป็นนักร้องหน้าใหม่ที่เข้าวงการเพลงมลายูได้ไม่นาน อย่างไรก็ดี บนเวทีครั้งนี้ เธอก็ทำผลงานได้น่าพอใจ
เด๊ะนี กับเพลงแรกที่ใช้ประกวด Pesta Penen ซึ่งได้รับคำวิจารณ์จากมาซิดายู (Masidayu) คอมเมนเตเตอร์ในรายการว่า เธอระมัดระวังในการร้องเพลงให้เกินไป ซึ่งทำให้ ขณะที่อีวาน คุณาวรรณ (Ivan Kurnawan) แฟชั่นนิสต์ชื่อดังและเป็นหนึ่งในคอมเมนเตเตอร์ ให้ความเห็นว่า เครื่องแต่งกายของเด๊ะนีดูสดใหม่ แม้ว่าในขณะร้องเพลง สายตาของเธอยังไม่ได้สื่อความรู้สึกของเพลงออกมา หรือยังไม่ได้สนทนากับผู้ชม อย่างไรก็ตาม เธอเลือกเพลงมาร้องได้ดีฟังแล้วดูสดใส่ร่าเริง ไปกันได้กับชุดที่สวมใส่
และเพลงที่สองในเพลง Sumpah Benang Emas
รายการ Dangdut Academy ซีซั่น 2 นี้ จะถ่ายทอดสดในสถานีโทรทัศน์ช่อง Indosiar ของประเทศอินโดนีเซีย
วันพุธที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2559
บารูดิง: รูเมาะฮ์ แซวอ
หลายเดือนก่อน ผมสอบถามบารูดิงว่า อัลบั้มที่ออกคู่กับลูกสาวคนสุดท้องจะเป็นอัลบั้มสุดท้าย? แน่นอนว่าบาบอตอบผมว่า อาจเป็นไปได้ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้ อัลบั้ม "รูเมาะฮ์ แซวอ" ของบารูดิงกับลูกสาวก็ไม่ใช่อัลบั้มสุดท้าย ดูเหมือนเขายังมีความสุขกับชีวิตร้องเพลงและคงปั้นลูกสาวคนเล็ก "อาเดะ ตีน่า" ขึ้นมาเป็นทายาทเพลงของเขา
วันจันทร์ที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2559
บารูดิง นักร้องดังกำลังจะแขวนไมค์!
ล่าสุดเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว ผมมีโอกาสโทรไปถามไถ่สารทุกข์สุกดิบบารูดิงตามประสาคนรู้จัก บารูดิงเผยว่า อัลบั้มที่กำลังทำอยู่นี้ จะเป็นอัลบั้มสุดท้ายในแวดวงเพลงดิเกร์มิวสิค เนื่องจากมีอายุมากและเสียงไม่ค่อยดีแล้ว หลังจากอยู่ในวงการนี้มากว่า 30 ปี จึงถือเป็นเวลาอันควรแล้วที่จะปิดฉากอาชีพนักร้องของเขา อย่างไรก็ดี นี่เป็นแค่อัพเดตสั้นๆ ค่อยมาเขียนรายละเอียดคราวหลังนะครับ
วันพฤหัสบดีที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2559
นาเซ บางปู: แซกอ กูแม
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: นาเซ บางปู
01 อาเนาะ ปาตา (เด็กชายเล)
02 แซกอ กูแม (แมลงภู่ตัวหนึ่ง)
03 เศรษฐกิจ รอนี (เศรษฐกิจวันนี้)
04 แดมอ ออแร ตีงี
05 กาแว ฮูโตะ
06 กียอ มอตอง (กรีดยาง)
07 ดูนียอ สือกาแร (โลกทุกวันนี้)
08 ออแร ตูวอ เตาะ ซาแย (พ่อแม่ไม่รัก)
09 กางเกงริมแดง
10 มาซิมารักกัน
11 กาแว เตาะเซ (ฉันไม่เอา)
12 บือนอ เตาะ นาเปาะ
สวัสดีครับ นี่คืออัลบั้มเพลงที่รวบรวมเพลงฮิตหรือเพลงดังของ "นาเซ บางปู" นักร้องจากจังหวัดปัตตานี มาทำใหม่ในรูปแบบวีดีโอซีดี (VCD) ซึ่งมีการถ่ายทำมิวสิควีดีโอหรือละครสั้นประกอบอีกด้วย นาเซ บางปู เป็นนักร้องคนแรกๆ ที่นำความสำเร็จในแง่ยอดขายมาสู่บริษัท ซาวด์สตาร์ปัตตานี จำกัด แต่เขามีอายุในอาชีพร้องเพลงซึ่งเขารักมากเพียงระยะเวลาสั้นๆ นายห้างคำรณ จรรโลงศิลป หรือ "แบเล็ง" ของนักร้องมลายูเล่าว่า "ก่อนหน้านี้นาเซเป็นชาวประมง เดินทางมาบอกกับแกว่าอยากเป็นนักร้อง ทางเราก็ให้โอกาสเขา แต่ทำออกมาเพียง 2 อัลบั้ม (เทปคาสเซ็ต) ก็ยุติ เพราะเสียงร้องไม่ดีเช่นเดิม" อย่างไรก็ดี หลังทศวรรษ 2540 เมื่อยุคเทปคาสเซ็ตค่อยๆ ลดความนิยมลง โดยถูกแทนที่แผ่นซีดีและวีซีดี นาเซ บางปู ก็กลับมาปรากฏอีกครั้ง แน่นอนว่าเป็นการนำเอาเพลงดังในอดีตของเขามาบันทึกเสียงใหม่อีกครั้ง เช่น
เพลงแซกอ กูแม (แมลงภู่ตัวหนึ่ง) กางเกงริมแดง เป็นต้น ซึ่งเป็นเพลงดังช่วงทศวรรษ 2530 ของเขา
วันอาทิตย์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2558
ลีซา: แดมอ กู ฆีลอ
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
วันอังคารที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2558
ราตู ชะฮาดะห์ : เกอลัวระกา บาฮาเกีย
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ราตู ชะฮาดะห์ คือคณะนักร้องประสานเสียงเพลงอนาซิด (Nasyid) จากจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกหญิงจำนวน 4 คน ผู้ฟังหลายคนกระซิบมาว่าเป็นคณะอนาซิดดาวรุ่งพุ่งแรงในช่วง 2-3 ปีนี้ สำหรับเพลงเกอลัวระกา บาฮาเกีย (Keluarga Bahagia) จัดอยู่ในประเภทเพลงป๊อปอนาซิด (Pop Nasyid) หรือเพลงอนาซิดร่วมสมัย แตกต่างจากเพลงอนาซิดแบบดั้งเดิม ที่มีเพียงเสียงร้อง (Vocal) แต่ไม่มีเสียงดนตรี หรืออนุโลมได้เฉพาะเสียงกลองหน้าเดียว เช่น กลองรำมะนา เป็นต้น คำร้องของเพลงนี้ใช้ภาษามลายูกลาง (ภาษามาเลเซีย) สำหรับเพลงนี้ เมื่อได้ฟังแล้วอาจรู้สึกคุ้นหูขึ้นมาทันที ใช่แล้วครับ ! หลังจากนึกอยู่นาน มันคือทำนองเพลงลูกทุ่งนั่นเอง เพลงอนาซิดที่ใช้ทำนองเพลงลูกทุ่งนี้ค่อนข้างแปลกใหม่ คงมีแต่เพลงอนาซิดในประเทศไทยเท่านั้นกระมัง เพราะจากประสบการณ์เท่าที่ฟังเพลงอนาซิดของผม ทำนองเพลงอนาซิดส่วนใหญ่เอามาจากเพลงอินเดียบ้าง อาหรับบ้าง หรือจากมาเลเซียบ้าง สำหรับเพลงนี้ก็กลมกล่อมลงตัวดีครับ วันหน้าผมจะพยายามนำเสนอเรื่องราวกับวงราตู ชะฮาดะห์ อีกต่อไป
มะเยะ อาเนาะซีงอ: ดูนียอ ซาแม มอเดน ดาฆะ ดะห์ ยาดี บานา
ต้องขออภัยผู้ติดตามบล็อคคนรักเพลงมลายูทั้งหลาย ที่ผมหายหน้าหายตาไปนานมาก ก็ไม่รู้จะเขียนอะไรดี ทั้งนี้ มีเรื่องราวมากมายที่ต้องทำและคิด จึงไม่ได้แวะเวียนมาอัพเดตเรื่องราวใหม่ ๆ เลย แต่วันนี้มีโอกาสเปิดเว็บไซต์ยูทูปเที่ยวตามฟังเพลงดิเกร์มิวสิคของ "มะเยะ อาเนาะซีงอ" จึงใคร่อยากเขียนถึงศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้สักหน่อย แต่นี่ก็เป็นเพียงเกล็ดข้อมูลเล็ก ๆ เท่านั้นนะครับ ถ้าผู้อ่านท่านไหนสนใจเรื่องราวของมะเยะละก็ สามารถย้อนกลับไปอ่านในหน้าก่อน ๆ ของบล็อคได้
อัลบั้มเพลงชุดนี้ของมะเยะ น่าจะเป็นอัลบั้มท้าย ๆ ก่อนเขาจะเสียชีวิตในปี พ.ศ. 2536 บันทึกเสียงที่ห้องบันทึกเสียง "แกรมม่าร์ เร็คคอร์ด" อดีตสตูดิโอบันทึกเสียงที่ได้ผลิตศิลปินนักร้องชายแดนใต้จำนวนมากมาย และเจ้าของสตูดิโอนี้ก็คือ "แบเล็ง" หรือเฮียคำรณ จรรโลงศิลป นายทุนผู้มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปลุกปั้นนักร้องมลายูในจังหวัดชายแดนใต้ จนสามารถก้าวขึ้นมาสู่จุดนี้ได้ แกเพิ่งเสียชีวิตไปตอนต้นปี พ.ศ. 2555 นี้เอง สำหรับเพลงในอัลบั้มชุดนี้ของมะเยะ มีเพลงหนึ่งที่น่าสนใจอย่างมาก คือเพลง "ดูนียอ มอเดน" หรือแปลว่า "โลกสมัยใหม่" คำร้องของเพลงขึ้นต้นว่า "ดูนียอ ซาแม มอเดน ดาฆะ ดะห์ ยาดี บานา" ซึ่งแปลตามตัวอักษรว่า "ในโลกสมัยใหม่ บ้านนอกกลายเป็นเมือง" จากนั้นเรื่องราวในเนื้อร้องเท่าที่ผมฟังดู ก็พอจะสรุปได้ว่า เพลงพูดถึงความเป็นสมัยใหม่ที่เข้ามากระทบกับชีวิตของคน [มลายู] ในท้องถิ่น และความเป็นสมัยใหม่นี่แหละที่ทำให้ผู้คนเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปแต่งตัวเลียนแบบดาราบ้าง ตามแฟชั่นต่าง ๆ บ้าง สิ่งนี้แหละที่ทำให้คนหลงลืมตัวเอง จนกระทั่งลืมนึกว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน ในเพลงบอกอีกด้วยว่า คนเหล่านี้เป็นพวกที่น่าขำขัน บลา ๆ ๆ
|
วันอาทิตย์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2557
มะเยะ อาเนาะซีงอ: โมเดิร์นดิเกร์บารัต
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มะเยะ อาเนาะซีงอ
รายชื่อเพลง:
Side A
01 Keleh ta' puas keleh
02 Anak gadis sekarang
03 Rakyat Kelantan
04 Pagar hati antara mata
05 Sambong lagi tet demo
06 Tahun baru bulan baru
07 Perang telok
Side B
01 Ma'af peminat
02 Mabok stuak
03 Jangan mangarju
04 Cukup sini dulu
05 Che Tima Bere
06 Jasa baik
07 Jaga trek kereta sewa
ไม่ได้เขียนอะไรเลยไปนานนม วันนี้ผมจึงใคร่ขอแนะนำอัลบั้มหายากชุดนี้ บันทึกเสียงที่สตูดิโอซัวรา เออมัส (Suara Emas) ในรัฐกลันตัน ประเทศมาเลเซีย ผมขอนำเสนอข้อมูลใหม่ ๆ ที่น่าสนใจเกี่ยวศิลปินคนนี้ ผู้ซึ่งเคยได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาเสียงทอง" เขาคือ "มะเยะ อาเนาะซีงอ" นั่นเอง ชุดนี้เป็นเพลงแนวดิเกร์ฮูลูหรือในฝั่งกลันตันของประเทศมาเลเซียนั้น เรียกว่า "ดิเกร์บารัต" (Dikir Barat) ศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่ได้รับนิยมอย่างแพร่หลายมากที่สุดในกลันตัน
ค่อยเขียนต่อนะครับ ไปกินข้าวก่อน
วันเสาร์ที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2557
Family No. 1 ดะห์ กำปงปีแซ
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: ดะห์ กำปงปีแซ, อ. ซาลี, ฟูร์, กอน, และแอมมี่
รายชื่อเพลง:
01 กอเจาะ กอเจาะ (แอมมี่)
02 โรฮานา (ฟูร์)
03 ยันยี ปัลซู (ดะห์ กำปงปีแซ)
04 เปาะจิ มะนาเก (กอน)
05 ยาโตะห์ จินตา (อ. ซาลี)
06 ฮาตีมู ซอเลม (ฟูร์)
07 ซียา ปาเกา (กอน)
08 โดนียอ (ฟูร์)
09 บือดือดี (ดะห์ กำปงปีแซ)
10 กือจิ ฮาตี (กอน)
11 ฮารี มือนีเกาะห์ (อ. ซาลี)
12 นาเซะ บรูตง (ฟูร์)
13 จังหวัดนราธิวาส (กอน)
หลังจากหายไปกว่าสัปดาห์ ผมก็มีอัลบั้มเพลงชุดพิเศษจากครอบครัวราชินีเพลงมลายู "ดะห์ กำปงปีแซ" มาฝากกัน อัลบั้มเพลงชุดนี้ (ค.ศ. 2006/พ.ศ.2549) ทำออกมาในช่วงที่ความนิยมในแผ่นซีดีและวีซีดีเข้ามาแทนที่เทปคาสเซตเทคโนโลยีการบันทึกเสียงแบบเก่าที่ครองตลาดเพลงมลายู (เพลงดิเกร์มิวสิคและอื่น ๆ)ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มายาวนาน ในอัลบั้มนี้ดะห์ กำปงปีแซและอ. ซาลี สามีของเธอได้พยายามผลักดันทายาททั้งสามคนเข้าสู่วงการเพลง กล่าวได้ว่านี่เป็นครอบครัวนักดนตรีอย่างแท้จริง ทุกวันนี้เราสามารถพบทายาทของพวกเขาทั้งสามในไนท์คลับและงานรื่นเริงต่าง ๆ ที่เชิญพวกเขาไปทำการแสดง
วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557
มาซีเต๊าะ บูดี: Chalte Chalte
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มาซีเต๊าะ บูดี
รายชื่อเพลง:
หน้า A
01 Rukun Iman
02 ช้ำรักเมืองยะลา
03 Tiada Beramal
04 Marilah Adik
05 Ampunilah
06 Harapan Baru
07 Apa Salah Dirimu
08 Anak Tiri
หน้า B
01 Isdunia
02 Turutha To
03 Aja
04 Chalte Chalte
05 Sajna
06 Janji Jaman
มาซีเต๊าะ บูดีกับอัลบั้มชุดที่ 3 ของเธอ (บันทึกเสียงในระบบดอลบีที่จะตัดเสียงรบกวนขณะทำการบันทึกเสียง) ที่ว่ากันว่าประสบความสำเร็จอย่างน่าพอใจ และได้สร้างชื่อเสียงให้เธอเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ในยุคนั้นช่วง 2530-2534) lesiy[เพลง Chalte Chalte เข้าใจว่าเป็นเพลงจากภาพยนตร์อินเดียเรื่อง "Chalte Chalte" ซึ่งออกฉายในปี คงศ. 1976 (พ.ศ. 2519) สำหรับในภาพยนตร์ เพลงนี้ขับร้องโดย Kishore Kumar นักร้องชาวอินเดียเพลงภาพยนตร์ผู้โด่งดังในอดีต
เพลงต่าง ๆ ในอัลบั้มชุดนี้ของมาซีเต๊าะนั้น ประกอบด้วยเพลงหลายประเภท เช่น เพลงลูกทุ่ง (ช้ำรักเมืองยะลา) เพลงดิเกร์มิวสิค (เพลงภาษามลายู) และเพลงภาพยนตร์อินเดียหรือเพลงฮินดูสถาน (ในหน้า B ของเทปคาสเซต) บนปกเทปของอัลบั้ม Chalte Chalte ยังปรากฎนักดนตรีคนสำคัญ (คนที่เล่นคีย์บอร์ดไฟฟ้า-คนกลาง) ซึ่งมีบทบาทอย่างสำคัญในการปลุกปั้นนักร้องประดับวงการเพลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้มามากมาย นั่นคือ "ฮาซัน ตานี" ผู้ซึ่งเป็นทั้งนักดนตรีและนักเรียบเรียงเสียงประสานในอาณาจักรความบันเทิงสมัยใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านผู้ติดตามคงอยากลองฟังเสียงมาซีเต๊าะกันแน่ แต่คงต้องอดใจรอไปก่อน เพราะตอนนี้ผมยังไม่รู้วิธีที่จะบันทึกเสียงซึ่งมีแต่ในเทปคาสเซตอย่างไร แต่น่าจะไม่นานหรอกครับ
วันอาทิตย์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2557
มะเยะ อาเนาะซีงอ: อาเนาะ กัมปง
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มะเยะ อาเนาะซีงอ
รายชื่อเพลง:
หน้า 1
01 กูลา อีแก ปูยู*
01 กือเล๊ะห์ ตะ ปูวัส กือเล๊ะห์
02 ดือแรยา แกตอ
03 อาเนาะ กัมปง
04 ตาโกะ อามอ ตะ ปาแย
05 ปูลา ยือ ยาปี
06 ปือยาเกต อัสรามอ
07 สามอ กู รีดบ
หน้า 2
01 ซือบือลม ปาดามูเร๊ะ
02 ลูตุ กือรัส
03 ฮัรตอ จูรี
04 อากู ยูโย ปาดา อิสตรี
05 ซือยุม มานิ ชราจน มีซอ
06 ซาวด์คาราโอเกะ 1.40 นาที
"มาเยะ อาเนาะซีงอ" คือราชาเสียงทองคนแรกของวงการเพลงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก่อนหน้าการขึ้นมาของบารูดิง แต่การจากไปอย่างรวดเร็วของศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ท่านนี้ในปี พ.ศ. 2536 ทำให้เขากลายเป็นตำนานนักร้องผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงน้อยมาก อีกทั้งแทบไม่มีการบันทึกชีวประวัติของศิลปินท่านนี้มากนัก อย่างไรก็ดี เสียงอันไพเราะของมะเยะนั้น ยังคงปรากฏในผลงานเพลงของเขาที่ยังพอหาฟังได้ในปัจจุบัน แม้ว่าเขาออกเทปคาสเซตเพลงในแนวดิเกร์มิวสิคกับบริษัทซาวด์สตาร์เพียงสามอัลบั้มเท่านั้น มะเยะ อาเนาะซีงอ คือ "ตูแฆกาโระ" หรือคนขับร้องเพลงดิเกร์ฮูลูที่มีชื่อเสียงอย่างมากนับตั้งแต่ทศวรรษ 2510 เป็นต้นมา และอาจเป็นศิลปินชาวมลายูจากนราธิวาสคนแรกที่ได้รับการบันทึกเสียง แต่ในอัลบั้มเพลงดิเกร์มิวสิคนี้รับอิทธิพลจากเพลงป๊อปอินโดนีเซีย (pop Indonesia) และเพลงลูกทุ่งของไทยอย่างชัดเจน
* สำหรับเพลง "กูลา อีแก ปูยู" (แกงปลาหมอ) ซึ่งถูกใส่เพิ่มมาใหม่ในเพลงชุดนี้ เป็นเพลงที่ร้องในภาษาถิ่นกลันตัน-ปัตตานีด้วยทำนอง (melody) เพลง "Janewo Zara" จากภาพยนตร์อินเดียเรื่อง Dosti (เพื่อนแท้ ) ที่ออกฉายในปีพ.ศ. 2503 (1960) ต้นฉบับเพลงกูลา อีแก ปูยู นี้ถูกขับร้องในแนวดิเกร์ฮูลูโดย "ตูแฆกาโระ" ผู้หญิงจากกลันตันที่ชื่อว่า "ฟารีดา บ็อบบี้" แต่ว่ากันว่าเวอร์ชั่นของมะเยะนั้นไพเราะและได้รับพูดถึงกันมากที่สุด โดยเคยออกผ่านคลื่นวิทยุท้องถิ่นในกลันตันช่วงทศวรรษ 2510 (1970) อย่างไรก็ตาม ในตอนนี้ เรายังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นพอให้ตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว (ผมจะเขียนถึงเพลงกูลา อิแก ปูยู เพิ่มเติมในภายหลัง)
บารูดิง & ซารีฟะห์: คอนเสริตดิเกร์ ชุด 2
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: บารูดิง & ซารีฟะห์
รายชื่อเพลง:
หน้า 1
01 บีนิง บารู
02 ฆีลอกะ ออแฆ บูแย
03 บูงอ ลายู
04 มารือ ดูลู
05 บอมอ กาปง
06 มาโบ๊ะ ออแฆ บีเล๊ะ
07 กาลู กือแนกะ อามอ
08 ชายลูปอ
หน้า 2
01 มาอะ ซึกาลี
02 มานอ กาตอ ซาแย
03 นาซิ ปือนะ บูดู
04 สุงาโกลก
05 อากู รินดู
06 อากู บือยันยิง
07 ตีนอ ลาวา
บารูดิงในวัยหนุ่มและซารีฟะห์อดีตภรรยาของเขา (ปัจจุบันนี้ซารีฟะห์เลิกร้องเพลงแล้ว) ทั้งสองออกเทปคู่กันเป็นชุดที่ 2 ซึ่งออกมาประมาณช่วงต้นทศวรรษ 2530 บารูดิงโลดเล่นอยู่ในวงการเพลงมานานกว่า 30 ปี โดยเริ่มต้นอาชีพร้องเพลงในฐานะ "ตูแก กาโระ" (Tukang Karut) ของคณะดิเกร์ฮูลูในนราธิวาส ต่อมา เขาได้หันไปร้องเพลงดิเกร์มิวสิค ซึ่งก็ได้ทำให้บารูดิงกลายเป็นที่ยอมรับของแฟนเพลงชาวมลายูในจังหวัดชายแดนภาคใต้เสมอมา กระทั่งเขาได้รับการยกย่องว่าเป็น "ราชาเสียงทอง" ของวงการเพลงดิเกร์มิวสิคอย่างไม่มีใครเทียบได้ บารูดิงออกอัลบั้มทั้งในแนวดิเกร์ฮูลูและดิเกร์มิวสิคในรูปแบบเทปคาสเซต ซีดีและวีดีซี โดยทำการบันทึกเสียงในไทยและในมาเลเซีย (กลันตัน) รวมทั้งสิ้นกว่า 77 อัลบั้ม นอกจากนั้น มีการกล่าวกันว่าเพลงของบารูดิงนั้นเป็นที่ชื่นชอบของบรรดาเปอมินัท (ผู้ฟัง) ที่เป็นผู้ชายอย่างมาก เนื่องจากมีเนื้อร้องเป็นที่ถูกอกถูกใจผู้ฟังชายมากกว่าผู้หญิง โดยเนื้อร้องส่วนมากก็มักจะเกี่ยวกับการหยอกล้อผู้หญิง การผิดหวังในความรัก เรื่องตลกหยาบโลน และความยากลำบากในชีวิต ทุกวันนี้ บารูดิงในวัย 57 ปี ยังคงรับงานแสดงอยู่บ้างตามงานแต่งงานและงานรื่นเริงต่าง ๆ
วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2557
มูนีเราะห์: บานา ยาลา
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มูนีเราะห์
รายชื่อเพลง:
01 บานา ยาลา
02 ลากี ฮาโละห์
03 ซูเดาะห์ มาตี
04 โอ มารีละห์
05 ซือซา ดีรี
06 โดนียอ ซูกอ
07 สือกอลอฮ์
08 มิมปี
09 ฮาละ กือซายน์
10 ซือเดะห์ ดี ฮาตี
11 ซูปอ ปาซา มีมู
12 โมนาลีซา
13 ซือซา เตาะ ฆูนอ
14 ปือยายี
วันนี้, ผมขอพูดถึงมูนีเราะห์อีกครั้งหนึ่ง สำหรับนักร้องชาวอำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาสคนนี้ บางทีเราอาจจะเรียกเธอว่าเป็น "ราชินีเพลงดังดุตแห่งจังหวัดชายแดนภาคใต้" ก็ได้ แม้ว่ามูนีเราะห์จะมีความสามารถในการร้องเพลงได้หลากหลายแนว แต่โดยหลัก ๆ แล้ว ก็เป็นเพลงดิเกร์มิวสิคและเพลงดังดุท ยุคที่รุ่งเรืองสุดของเธอนั้น ว่ากันว่าอยู่ในช่วงที่ทำเพลงออกเป็นแผ่นวีซีดี หรือเป็นช่วงที่เทปคาสเซตถูกแทนที่ด้วยแผ่นซีดีและวีซีดีแล้ว มูนีเราะห์ให้เหตุผลว่า "เพราะผู้ฟังสามารถชมท่าเต้นและดูหน้าตาของเธอได้" มูนีเราะห์มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักทั้งฝั่งไทย (โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้) และในประเทศมาเลเซีย (โดยเฉพาะรัฐกลันตัน) เธอมักได้รับคำเชิญไปแสดงในประเทศมาเลเซียอยู่บ่อย ๆ ครั้ง รวมทั้งเคยออกอัลบั้มร่วมกับนักร้องท้องถิ่นจากกลันตันอีกด้วย เพลงส่วนใหญ่ของมูนีเราะห์นั้น ได้รับอิทธิพลจากดนตรีอันหลากหลาย โดยเฉพาะเพลงภาพยนตร์อินเดีย เพลงลูกทุ่ง และเพลงดังดุตจากอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม ยุคหลัง ๆ มูนีเราะห์รับอิทธิพลเพลงดังดุทของอินโดนีเซียอย่างเข้มข้น ผลงานของเธอส่วนใหญ่ก็จะเป็นแนวเพลงดังดุต ถ้าสังเกตท่าเต้นอันเป็นเอกลักษณ์ในเพลงดังดุตของเธอแล้ว สันนิษฐานได้ว่า มูนีเราะห์คงรับเอาอิทธิพลจากกระแสเพลงดังดุตอินโดนีเซียยุคหลังซูฮาร์โตอย่างมาก บางทีนักร้องเพลงดังดุตผู้อื้อฉาวอย่างอีนูล ดาราติสตา (Inul Daratista) อาจมีอิทธิพลต่ออาชีพนักร้องของมูนีเราะห์ในช่วงหลังทศวรรษ 2540 ไม่มากก็น้อย แม้ว่ามูนีเราะห์อาจไม่ได้ถึงกับกลายเป็น "ราชินีควงสว่าน" แบบอีนูลก็ตาม
มาซีเต๊าะ บูดี: ม้าเพื่อนรัก
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มาซีเต๊าะ บูดี
รายชื่อเพลง:
หน้า A
01 Tee Ri Meri
02 Jebe Hum (ม้าเพื่อนรัก)
03 ช้างเพื่อนแก้ว
04 Rim Jim De
05 Love Stori
06 Kee Satira Pyar
07 Tau Ba
หน้า B
01 Duhai Kawanku
02 Jangan Kau Cari
03 Lamanya Kau
04 Tiada Berkenalan
05 Dengar Nasihat
06 Suka Hatiku
07 Kisah Ibuku
08 Seorang Anak Pemudi
มาซีเต๊าะ บูดี เป็นนักร้องสาวมลายูที่ได้รับการยกย่องว่ามีน้ำเสียงคล้ายคลึงกับลาต้า (Lata Mangeshkar)* นักร้องชาวอินเดียอย่างมาก นอกจากนั้น เธอมีพรสวรรค์ในการร้องเพลงอินเดีย (ภาษาฮินดี) เหมือนกับเพลงต้นฉบับราวกับเป็นคนอินเดียอีกด้วย และในช่วงที่มาซีเต๊าะกำลังโด่งดังอยู่นั้น เถ้าแก่ของเธอหรือที่รู้จักกันในชื่อ "แบเล็ง" (คำรณ จรรโลงศิลป) ได้พามาซีเต๊าะรวมทั้งรัม บาชะเอ นักร้องเพลงอินเดียชายอีกคน ซึ่งได้รับการยกย่องว่ามีน้ำเสียงคล้ายกับมะราฟี (Mohammed Rafi) ไปทดสอบเสียงที่บริษัทเพลง อาเอส โปรโมชั่น จำกัด อีกด้วย แต่น่าเสียดายที่มาซีเต๊าะได้เสียชีวิตลงเสียก่อน ในอัลบั้มนี้มาซีเต๊าะร้องเพลงในภาษามลายูและภาษาฮินดี ซึ่งสำหรับเพลงภาษาฮินดีทั้งหมดนั้น เป็นเพลงในภาพยนตร์อินเดียชื่อดังที่ออกฉายราวช่วงทศวรรษ 2520
* Lata Mangeshkar (1929-ปัจจุบัน) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในอินเดีย รวมทั้งยังเป็น playback singer ในภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาฮินดีอีกด้วย
** Mohammed Rafi (1924-1980) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนักร้องอินเดีย หรือ playback singer แห่งแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮินดี
* Lata Mangeshkar (1929-ปัจจุบัน) เป็นนักร้องและนักแต่งเพลงชาวอินเดียที่มีชื่อเสียงและได้รับความเคารพนับถืออย่างมากในอินเดีย รวมทั้งยังเป็น playback singer ในภาพยนตร์ที่ใช้ภาษาฮินดีอีกด้วย
** Mohammed Rafi (1924-1980) ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสุดยอดนักร้องอินเดีย หรือ playback singer แห่งแวดวงอุตสาหกรรมภาพยนตร์ฮินดี
วันพุธที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2557
รวมศิลปินดาวรุ่งอิลฟานมิวสิค
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: มะ บอมบอม, นิฟาดือลี, มะยี, บารูดิง, ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์, นาเดีย, และยัสมี
รายชื่อเพลง:
01 สือลามัต ฮารี รายอ (มะ บอมบอม, นิฟาดือลี, มะยี, บารูดิง, ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
02 ปีเก (นิฟาดือลี)
03 กือทุง โต๊ะแว (ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
04 บือรอนา (นิฟาดือลี)
05 ฆือมาลอ ลือมู (ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
06 มาลู (นาเดีย)
07 สือญาเราะห์ กาเสะห์ (นิฟาดือลี)
08 เวาะ เวาะ (ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
09 อาปี มาแก สือแก (นาเดีย)
10 ตะฆูนอ ปีเก (นิฟาดือลี)
11 ญอแฆะ ดังดุ (นาเดีย, ยัสมี, และนิฟาดือลี)
12 ตาฮิ บือซี (ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
13 ---------- (นาเดีย & นิฟาดือลี)
14 อีบู ตีงา อาเนาะ (ปะจูจิมมี่ ร็อคเกอร์)
สตูดิโออิลฟานมิวสิคคือห้องบันทึกเสียงอิสระที่ทำการบันทึกเสียงให้แก่บรรดาศิลปินต่าง ๆ และนี่ก็เป็นเพลงดิเกร์มิวสิคชุดพิเศษที่ได้รวมเอาทั้งศิลปินหน้าเก่าและรุ่นใหม่หลายคนมารวมไว้ด้วยกัน อย่างไรก็ตาม ในอัลบั้มนี้มีความหลากหลายของอิทธิพลเพลงแนวต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เร็กเก้ (Reggae), ดังดุท (Dangdut) และอื่น ๆ
มะเย็ง ช็อปเปอร์ (Matyeng Shopper): ดีที่สุด Special one
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
อัลบั้ม: ดีที่สุด Special one
ศิลปิน: มะเย็ง ช็อปเปอร์ (Matyeng Shopper)
รายชื่อเพลง:
01 ออแร ลาวา (คนสวย)
02 นะเซะ จือดือรอ
03 อีงะ กือมาตี
04 ตือมู แวปาเนาะ
05 วอเก ระยะ (ผู้แทนฯ)
06 แซวอ รูเมาะห์ (เช่าบ้าน)
07 แตเงาะ ยูริง มาตอ
08 บีนิง จือลากอ
09 ตีนอ ตีปู
10 ตีงา ยาโฮว์
11 บีนิง บูเละ ฆีเละ
12 แนฆอ อาเนาะ
13 ตีนอ ซือกาแร (ผู้หญิงสมัยนี้)
14 ยีวอ ปือรัส
มะเย็ง ชอปเปอร์ เป็นนักร้องอีกคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในวงการเพลงมลายูอย่างยาวนาน และออกอัลบั้มเพลงดิเกร์มิวสิคมามากกว่า 30 อัลบั้ม (ทั้งเทปคาสเซตและวีซีดี) ในอัลบั้มนี้ น่าจะเป็นการหยิบเอาเพลงเก่า ๆ มาปัดฝุ่นทำดนตรีใหม่ และก็เป็นชุดเดียวที่มะเย็งร่วมงานกับนายทุนที่ชื่อเฮียฉุย แห่งบริษัท โอเชียน D&M 2002
มะเย็ง ชอปเปอร์ เป็นนักร้องอีกคนหนึ่งที่เข้ามาอยู่ในวงการเพลงมลายูอย่างยาวนาน และออกอัลบั้มเพลงดิเกร์มิวสิคมามากกว่า 30 อัลบั้ม (ทั้งเทปคาสเซตและวีซีดี) ในอัลบั้มนี้ น่าจะเป็นการหยิบเอาเพลงเก่า ๆ มาปัดฝุ่นทำดนตรีใหม่ และก็เป็นชุดเดียวที่มะเย็งร่วมงานกับนายทุนที่ชื่อเฮียฉุย แห่งบริษัท โอเชียน D&M 2002
วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ฮัจญี ฟารีดะห์ กำปงปีแซ & แอมมี ฟาราห์ (Hajji Faridah Kampongpisang and Ammy Farah)
อัลบั้ม: อนาซิด Vol. 02
ศิลปิน: ฮัจญี ฟารีดะห์ กำปงปีแซ, แอมมี ฟาราห์ และคณะ
รายชื่อเพลง:
01 Terguncang
02 Cinta Karena Allah
03 Di Mana-mana Dosa
04 ไม่มีใครยืนยง
05 Punggut Merindukan Bulan
06 Damai
07 Ingin Selamat
08 Bulan Purnama
09 Usha Dan Doa
10 Jangan Cermin Di Air Keruh
วีซีดี (VCD) อัลบั้มเพลงอนาซิดหรือนาสซิด (Nasyid) ของฮัจญี ฟารีดะห์ กำปงปีแซ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ดะห์ กำปงปีแซ และลูกสาวคนสุดท้องของเธอ แอมมี ฟาราห์ และเพื่อน ๆ ออกมาหลังจากที่ดะห์ กำปงปีแซ กลับมาจากการแสวงบุญ (พิธีฮัจญ์) ที่นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอาระเบีย ดะห์ได้เลิกร้องเพลงที่เกี่ยวกับทางโลกทุกแนวหลัง ยกเว้นร้องเพลงในแนวสรรเสริญศาสนาอิสลาม นั่นก็คือเพลงนาสซิด (Nasyid) ปัจจุบันเธอยังรับการไปร้องเพลงนาสซิดตามงานเมาลิดและงานบุญต่าง ๆ ทางศาสนา
วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2557
กี บลูสตาร์ (Kie Bluestar): Sedih Di Hati
![]() |
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
ศิลปิน: กี บลูสตาร์
รายชื่อเพลง:
หน้า A
01 Angin Perasang
02 Aku Cinta
03 Apa Ilmu
04 Kasih Tunang Orang
05 Temuan Kita
06 Menengun Di Tangga
หน้า B
01 Nagara Thai
02 Pertama Kali
03 Mau Kemana
04 Jangan Kau Jatuh Cinta
05 Sayang
06 Berpura-pura
07 Saura Musik
08 Lagu-lagu Bluestar
09 ลัมบาด้า
กี บลูสตาร์ ชาวจังหวัดปัตตานี เข้าสู่วงการเพลงมลายูตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2520 เขาคือหนึ่งในผู้ก่อตั้งวงดนตรีบลูสตาร์และมีฐานะเป็นนักร้องประจำวง กีเป็นสามีของมาซีเต๊าะ บูดี อดีตนักร้องเพลงอินเดียในตำนานผู้ล่วงลับ วิธีการร้องของกีนั้นได้รับอิทธิพลจากเพลงอินเดียอย่างสูง ทำให้น้ำเสียงของกีมีเอกลักษ์เฉพาะตัวในการร้องเพลง และในอัลบั้มนี้เมื่อพิจารณาชื่อเพลงต่าง ๆ อาจคาดเดาได้ว่าส่วนใหญ่ของเพลงน่าจะมาจากเพลงป็อปอินโดนีเซีย (Pop Indonesia music) แต่กระนั้น เรายังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเทปชุดนี้มากนัก อัลบั้มเพลงดิเกร์มิวสิคชุดนี้ของกี บลูสตาร์ ออกวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2534 ซึ่งอยู่ในช่วงต้นของยุคทองในวงการเพลงดิเกร์มิวสิค ในปัจจุบันกีไม่ได้ออกอัลบั้มเหมือนเช่นเมื่อก่อน แต่เขาก็เขียนเพลงให้นักร้องใหม่หลายคน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
เปาะเต๊ะ กูแบอีแก: ในวันที่กลับคืนสู่ความเมตตาของพระเจ้า
สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน หลายปีมานี้ผมไม่ได้เข้ามาเขียนอะไรใหม่ ๆ เกี่ยวกับเพลงมลายูเลย เนื่องจากมีพันธกิจมากมายที่ยังทำไม่เสร็จ อย่างไรก็ตาม เ...
-
เพิ่มคำอธิบายภาพ อัลบั้ม: อาเนาะ กัมปง ศิลปิน: มะเยะ อาเนาะซีงอ รายชื่อเพลง: หน้า 1 01 กูลา อีแก ปูยู* 01 กือเล๊ะห์ ตะ ปูวัส กือเล๊...
-
เพิ่มคำอธิบายภาพ อัลบั้ม : ดีที่สุด Special one ศิลปิน: มะเย็ง ช็อปเปอร์ (Matyeng Shopper) รายชื่อเพลง: 01 ออแร ลาวา (คนสวย)...
-
เพิ่มคำอธิบายภาพ อัลบั้ม: บารูดิง & ซารีฟะห์ คอนเสิร์ตดิเกร์ ชุด 2 ศิลปิน: บารูดิง & ซารีฟะห์ รายชื่อเพลง: หน้า 1 01 บีนิง บ...

















